จอห์น มกจ๊ก ไม่อายทำกิน

เป็นนักแสดงตลกสาวผู้สู้ชีวิตอีกคนหนึ่ง สำหรับอดีตตลกแคระ จอห์น มกจ๊ก หรือ จอห์น ศุภาพิชญ์ บัวติ๊ก ที่ก่อนหน้านี้เราจะเห็นได้ว่า เธอนั้นต้องสูญเสียสามีและบุตรสาวอันเป็นที่รักไปตลอดชีวิต หากย้อนไปตอนนั้นมาถึงตอนนี้ เรียกว่าเธอเก่งจริงๆ กว่าจะผ่านช่วงชีวิตมาได้ มันไม่ง่ายเลย งานนี้ทำให้เขาสู้ชีวิตไปเป็นแม่ค้าขายน้ำพริก เลี้ยงชีพ

สำหรับตลกแคระสาวสู้ชีวิต ‘จอห์น มกจ๊ก’ หรือ ‘จอห์น ศุภาพิชญ์ บัวติ๊ก’ ที่ต้องสูญเสียสามีและก็บุตรสาว

จากเหตุวัยรุ่นขว้างหินใส่รถตู้ที่นั่งกันมา จากเรื่องราวในวันนั้นจำต้องบอกเลยว่าทำเอาชีวิตของ ‘จอห์น มกจ๊ก’ นั้นกลับจากหน้าเป็นหลังมือเลยทีเดียว

ปัจจุบันนี้เจ้าตัวยังคงปักหลักขายน้ำพริกเลี้ยงชีวิตมานานกว่า 11 ปี ด้วยจิตใจที่เข้มแข็ง และไม่ยอมพ่ายแพ้ ‘จอห์น มกจ๊ก’ เลือกทางเดินชีวิต

ยึดอาชีพแม่ค้าขายน้ำพริก ราคาเดียว 20 บาท ด้วยลำเข้งตนเอง แม้ว่าจะทุกข์ยากลำบากแค่ไหน กระทั่งถึงจนถึงไม่คยคิดฆ่าตัวตาย รายได้พอเลี้ยงปากท้องในแต่ละวัน

‘จอห์น มกจ๊ก’ เล่าว่า ตั้งแต่สูญเสียครอบครัวไปก็อยู่ตัวคนเดียวมาตลอด ไม่มีอาขีพ ไม่มีรายได้ เล่นตลกก็ไม่เป็น

เนื่องจากว่าไม่เคยรู้สึกว่าจะทำงานนี้ เลยนำสูตรน้ำพริกที่แม่เคยทำให้กินมาทำขาย มีน้ำ พริกตาแดง น้ำพริกแมงดา น้ำพริกนรก

น้ำพริกปลาย่าง น้ำพริกกุ้งเสียบ น้ำพริกปลาร้า รสชาติอร่อย ราคาไม่แพง ขายกระปุกละ 20 บาทเท่านั้น

ชีวิตในแต่ละวัน ‘จอห์น มกจ๊ก’ เปิดเผยว่า ตื่นตี 4 ไปตลาดจับจ่ายซื้อของมาทำน้ำพริก พอช่วงสายๆจะโทรหาแท็กซี่เจ้าประจำขนน้ำพริกไปขาย

ขายวันละ 2 รอบ ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยเห็นว่าทำไมต้องนั่งแท็กซี่ เป็นเนื่องจากว่าร่างกายไม่สมบูรณ์ หัวเข่าไม่ดี จะลุกนั่งยืนทรงตัวไม่สะดวกเหมือนคนธรรมดาทั่วๆไป

สำหรับรายได้ในแต่ละวัน คุณจอห์น บอกว่า บางวันก็ขายดี บางวันหักค่าแท็กซี่ หักต้นทุนแล้ว ไม่มีกำไรเหลือเลย

บางช่วงก็โดนเทศกิจไล่ ชีวิตทุกวันนี้มีแตคำว่าท้อ แต่สุดท้ายเราก็คิดเสมอว่า “พรุ่งนี้ก็ต้องดีขึ้น”

ปัจจุบันนี้มีคนภายในวงการบันเทิงแวะเวียนมาอุดนหนุนบ้าง แต่ตลกสู้ชีวิต ย้ำว่า ตอนไหนที่พี่ๆเพื่อนๆมาช่วยโปรโมตก็ขายดิบขายดี

แต่ว่าส่วนมากจะเงียบ ยิ่ง 2 ปีมานี้ยอดขายตกลงฮวบเลย เศรษฐกิจไม่ดีด้วย เคยขายได้สูงสุดวันละหมื่น ตอนนี้เหลือวันละ 1,000 บาทก็ดีใจแล้ว

ส่วนเรื่องสุขภาพ หัวเข่าไม่ค่อยดี แค่เดินนิดเดียวก็จำเป็นต้องใช้รถพยุง แค่เดินออกไปหน้าห้องต้องจับราว ต้องหาที่เกาะไปตลอด สุขภาพไม่ค่อยดี

ไม่อยากเล่นตลกด้วยเหตุว่าไม่อยากเป็นภาระใคร เพราะว่าในขณะนี้สุขภาพไม่แข็งแรงเหมือนเมื่อก่อน กลัวทำทีมงานเสียเวลา ที่สำคัญเป็นห่วงลูกค้าประจำ กังวลว่าจะมีคนมารอซื้อน้ำพริก