ส่องอาณาจักร “จตุรงค์ มกจ๊ก” เริ่มต้นจากค่าแรงวันละ 60 บาท

เริ่มหายหน้าหายตาจากจอทีวีไปอีกคน สำหรับ จาตุรงค์ โพธาราม หรือที่รู้จักในชื่อ จตุรงค์ มกจ๊ก นักแสดงตลกรุ่นใหญ่ที่มากฝีมือ เจ้าของผลงานภาพยนต์ หัวหลุดแฟมิลี่ และผลงานดังอีกมากมาย ซึ่งปัจจุบันเขาได้ทุ่มสร้างสานฝันบั้นปลายชีวิตสุดเรียบง่าย ณ บ้านเกิด ในวันนี้เราจะพาไปชมอาณาจักรของตลกคนนี้ ที่เลือกเป็นบั้นปลายของชีวิต

‘จตุรงค์ มกจ๊ก’ หรือ ‘จตุรงค์ พลบูรณ์’ แวบแรกที่ได้ยินชื่อนี้ คุณอาจนึกถึงภาพนักแสดงตลกหนุ่มรุ่นใหญ่หน้าตี๋ ที่สร้างเสียงหัวเราะ ความสุขให้คนไทยมานานกว่า 30 ปี ทว่าใครจะรู้ อีกมุมหนึ่งเขากำลังมีความ(ฟาร์ม)สุขกับการทำเกษตรเลี้ยงหมู ปลา ไก่ไข่ ไก่ชน

และเปิดร้านอาหารอยู่กับครอบครัวญาติพี่น้อง ที่บ้านเกิดในอำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ภายใต้ชื่อ ‘จตุรงค์ฟาร์ม และ ครัวลุงรงค์’

“ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้ทำเกษตรกรรม เพราะเกิดในครอบครัวพ่อค้า แม่ค้าก๋วยเตี๋ยวถั่วงอกเต้าหู้เลือดหมูที่ตระเวนขายตามตลาดนัด

ไม่มีความรู้เรื่องเกษตร แต่มีความฝันตั้งแต่เด็ก อยากมีบ้านติดคลอง ทำให้ 15 ปีก่อนเมื่อพร้อมจึงตระเวนหาซื้อที่ดินในอำเภอโพธาราม

ซึ่งเป็นบ้านเกิดเพื่อทำเกษตร ส่วนอีกเหตุผลคืออยากให้ครอบครัวพ่อแม่ญาติพี่น้องมาอยู่รวมกัน มีอาชีพและสามารถหาเลี้ยงตัวเองได้

4 ไร่เต็ม ๆ เป็นพื้นที่สี่เหลี่ยมผืนผ้า แต่คาดว่าน่าจะเพิ่มได้อีก 3 ไร่ ดูเค้าโครงแล้วเขาน่าจะขายให้เรา แต่ตอนนี้ซ้ายขวา ยังเป็นทุ่งนาอยู่ ซึ่งดีมาก พอขึ้นบันไดลอยฟ้าไปแล้วจะเห็นความโล่ง บรรยากาศมันได้ ถ่ายรูปออกมาจะเห็น สีเขียวกับสีฟ้าเป็นหลักแน่นอน

คิดจะสร้างนานแล้ว สร้างบ้านมันจำเป็น ไม่ได้เอาเงินไปถลุงใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย สถานการณ์แบบนี้จะมีหรือไม่มีก็ต้องสร้าง

การแสดงกับการเกษตร คนละเรื่องกันเลย การแสดงเป็นสิ่งที่ทำเป็นประจำและทำมานาน เพื่อให้คนดูรู้สึกตลกชอบใจ

ทุกครั้งที่เล่นเหมือนเข้าเส้น เมื่อขึ้นเวทีก็พร้อมเล่น มุขไหลเรื่อย แต่การทำเกษตรยอมรับว่าเหนื่อย แต่มีความสุขเป็นสิ่งที่อยากทำตั้งแต่เด็ก

กว่าชีวิตจะมาถึงวันนี้ เขาเคยประสบความยากลำบาก ตอนอายุ 19 ก็หิ้วกระเป๋าใบเดียวออกจากบ้านเพื่อไปเผชิญโลกที่กรุงเทพ

เพราะมีความหวังจะได้เป็นนักแสดง นักร้อง ได้อยู่ในวงการ ได้เป็นคนดัง และคาดว่าน่าจะมีรายได้ดี

หนีพ่อแม่ เพราะเขาไม่อยากให้เรามา ก็มาอยู่วงลูกทุ่ง มาเป็นหางเครื่อง ได้ค่าตัววันแรก 60 บาท ก็ดีใจ เพราะเราไม่มีเงินเลย

จากค่าตัว 350 บาทในตอนนั้น เมื่อขยับไปเล่นในเคเฟ่ก็ได้ค่าตัวเพิ่มเป็น 2,500 บาท 3,000 บาท รวมไปถึงบางทีก็ได้ 4,500 บาท”