พาไปชมบ้านที่บุรีรัมย์ “สมจิตร จงจอหอ” ภูมิใจที่เกิดเป็นลูกชาวนา

เรียกว่าเป็นนักมวยขวัญใจคนทั้งประเทศเลยทีเดียว สำหรับ สมจิตร จงจอหอ อดีตยอดนักมวยสากลสมัครเล่นชาวไทย ที่ปัจจุบันได้เริ่มห่างหายไปจากวงการมวยและวงการบันเทิง โดยชีวิตของสมจิตร มีน้อยคนที่รู้ว่าเขาเป็นลูกชาวนา ที่สู้ชีวิตมาตั้งแต่เด็ก และต้องผลักดันตนเองมาโดยตลอด จนได้ช่วยเหลือจุนเจือครอบครัว และในวันนี้เราจะพาไปชมบ้านของเขากันค่ะ

ผมอยากได้ของเล่น บ้านมีพี่น้อง 7 คน ผมเป็นคนเล็ก อยากได้ของเล่น แม่ไม่มีเงินให้ เลยให้พี่ชายพาไปเปรียบมวยในงานวัด

ก็ได้เล่นเย็นนั้นเลย ชนะได้มาร้อยนึง มวยได้ตังค์นี่หว่า ได้ของเล่นที่อยากได้ เหลือเงินให้แม่ด้วย เอาวะ ปืนแก๊ปกระบอกนั้นกลายเป็นจุดเริ่มต้นให้อยากเล่น

รวมทั้งไปงานวัดตลอดพอจบม.3 แม่ไม่มีเงินส่งเรียน ทรัพย์สินที่บ้านไปหมดแล้ว เลยขอแม่ไปต่อยมวยที่จังหวัดชลบุรี

เพื่อนฝูงที่เรียนจบ ป.6 มาด้วยกัน มันชวนไปอยู่ด้วย ไปต่อยมวยไทยเป็นอาชีพจริงจัง ใช้ชื่อ “ศิลาชัย ว.ปรีชา”

เป็นนักมวยระดับกลางๆค่าตัว 6 หมื่นบาท พอมีชื่อในระดับหนึ่ง ผมส่งเงินให้แม่เรื่อยๆเอาไปซื้อปุ๊ย ซื้อยา ทำไร่ทำนา ภูมิใจที่ช่วยเหลือจุนเจือครอบครัวได้

เหรียญทองซีเกมส์ ปี 2542 ที่ประเทศบรูไน ผมเป็นตัวสำรองมาตลอด ติดทีมซี แต่ว่าเผอิญตอนนั้นทีมเอเขาไปเก็บตัวที่อเมริกา

เพื่อเตรียมตัวในการไปแข่งโอลิมปิก พวกเราเลยได้โอกาสขยับไปต่อยซีเกมส์แทน ถ้าหากเขาอยู่เราไม่ได้ชกหรอก เหมือนเป็นตัวขัดลำ

ในตอนนั้นอายุ 22 ปี ไปครั้งแรกได้แชมป์เลย ได้เงินประมาณ 2 แสนบาท ดีใจมากต่อยในนามทีมชาติได้เงินรางวัล หลังจากนั้นก็ได้แชมป์ซีเกมส์ติดต่อกัน 5 สมัย

ในเวลานั้นพอเพียงใกล้ถึงเวลาเริ่มกลัว นึกในใจจะต้องทำอะไรวะ หากไปอย่างเดิมแพ้อีกจบเลย ยังกลัว ในที่สุดฟิตร่างกายอย่างเต็มที่

ระหว่างไปเก็บเนื้อเก็บตัวต่างประเทศก็ได้ซ้อมกับพวกรุ่นเดียวกันจากชาติอื่น ชนะเขาหมดเลย เราเริ่มมั่นใจ รู้แล้วจะเอาชนะพวกเขาอย่างไร คิดในใจคนเดียวว่า รอบนี้มีเหรียญแน่ๆ

อีกเรื่องคือพรแสวง ผมไม่ใช่คนที่โดดเด่น ไม่มีพรสวรรค์ติดตัวมาเลย วิจารณ์ พลฤทธิ์ มวยสากลไม่เกิน 20 ครั้ง

ไปต่อยโอลิมปิกได้เหรียญทองเลย สมรักษ์ คำสิงห์ พรสวรรค์สูง ประสบการณ์สุดยอด เขาเก่งมาก อ่านขาดทุกอย่าง มนัส บุญจำนง เหมือนกันนี่ก็เก่งมาก มีพรสวรรค์

ภายหลังจากที่ สมจิตร จงจอหอ อดีตนักชกเหรียญทองโอลิมปิก วัย 45 ปี ได้รับการเลื่อนยศจาก “ร้อยเอก” สู่ยศ “พันตรี” อย่างเป็นทางการ

ซึ่งอดีตนักชกเหรียญทองโอลิมปิก ยังได้กลับไปกราบเท้าแม่ฝ้าย พร้อมโพสต์ข้อความสุดซึ้งปนฮาตามสไตล์คนอารมณ์ดีว่า

“ผมเกิดจากครอบครัวที่เป็นชาวนา พ่อเป็นชาวนา แม่เป็นชาวนา ตอนนี้เลิกหมดแล้วครับ” ขณะเดียวกัน สมจิตร ยังผันตัวเข้ารับงานในวงการบันเทิง ทั้งยังรับงานแสดง รวมทั้งงานพิธีกร อีกมากมาย