พาชมบ้าน ตูมตาม-เดอะสตาร์ ทุ่มสร้างจากน้ำพักน้ำแรงเพื่อพ่อแม่

เชื่อว่าหลายๆคนต้องคุ้นหน้าคุ้นตากับหนุ่มหล่อมากฝีมือคนนี้กัน สำหรับ ตูมตาม ยุทธนา เปื้องกลาง หรือที่รู้จักในนาม ตูมตาม เดอะสตาร์ ดารานักแสดงขวัญใจสาวๆทั้งประเทศ ที่กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เขาสู้และอดทนมาไม่น้อย วันนี้เราจะพาทุกคนไปชมบ้านหลังแรกจากหยาดเหงื่อของตูมตามกันค่ะ

เป็นอีกหนึ่งคนบันเทิง ที่แฟนๆได้ติดตามผลงานตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาในวงการบันเทิง สำหรับ ตูมตาม ยุทธนา เปื้องกลาง หรือ ตูมตาม เดอะสตาร์ ตูมตาม ยังเผยถึงการเข้ามาอยู่ในวงการบันเทิง มีช่วงที่กอบโกยเงินได้อย่างมากมาย แต่ในระยะเวลาไม่นาน การมีชื่อเสียง เงินทอง ทำให้ตัวเองหลงผิด ใช้ชีวิตเกินตัว

จนต้องเสียใจให้ความผิดพลาดครั้งนั้น ที่เรียกว่าเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิต จึงอยากจะถ่ายทอดเพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้กับคนอื่นๆ “ถามว่าชีวิตในการเข้ามาในวงการบันเทิงเปลี่ยนไปไหม เปลี่ยนครับ ความเปลี่ยนอย่างแรกเลยคือเรื่องความหลงผิดไปนั่นแหละ

ผมเข้ามาชีวิตเปลี่ยนไปคนละด้านเลย จากที่เรามีเงินใช้หลักร้อย เรามีเงินใช้หลักหมื่น หลักแสน ผมก็ไม่รู้ว่าเงินทองที่ได้มาเยอะขนาดไหน เพราะตอนนั้นผมไม่ได้เป็นคนเก็บเงินเอง พ่อกับแม่เป็นคนเก็บให้ แล้วผมมีหน้าที่ทำงาน พ่อกับแม่จะเห็นอยู่แล้วว่าผมทำงานหนัก

ตูมตาม เผยที่มาของบ้านหลังนี้ว่า ก่อนหน้านี้ไม่ได้วางแผนจะซื้อบ้านเลย อยู่คอนโดมาตลอด แต่พอพ่อ แม่ย้ายมาอยู่ด้วย ห้องก็เล็กเกินไป อยากให้พ่อ-แม่ได้อยู่แบบสบาย ๆ เลยตัดสินใจซื้อและย้ายมาอยู่ด้วยกันที่บ้านหลังนี้ ส่วนการตกแต่งภายในหลัก ๆ ก็จัดการเอง โดยมีพ่อเป็นคนซัพพอร์ต เช่น โต๊ะกินข้าวก็ออกแบบเอง แล้วเอาไปให้ช่างทำ ส่วนโคมไฟก็ช่วยกันทำกับพ่อสองคน นอกจากนี้ยังพาไปชมถึงห้องส่วนตัวที่บอกเลยว่า

เป็นระเบียบเรียบร้อยมากจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโซนที่นอน ข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ รวมไปถึงเสื้อผ้าที่ตูมตามจัดเก็บไว้อย่างดี ชีวิตก่อนเป็นศิลปินกับหลังเป็นศิลปินต่างกันขนาดไหน : “ต่างกันโดนสิ้นเชิงเลยครับ คือด้วย 1.คุณพ่อ คุณแม่ ไม่ต้องทำงานแบบหาเช้ากินค่ำเหมือนเมื่อก่อนแล้ว

ตอนนั้นลำบากไหม : “ลำบากครับ คุณพ่อ คุณแม่ มีเงินส่งให้ผมเดือนละ 4 พัน และเงิน4 พัน คือกินกับเรียน จิปาถะผมไม่มีเลย ผมเลยใช้ชีวิตอยู่ในหอในมหาวิทยาลัยตลอด แล้วผมก็ กู้ กยศ. ถามว่าพอไหม พอครับ พอเฉพาะกินอยู่ บางทีเราก็แบ่งเงินไปซื้อข้าว ไข่ มาม่า เพื่อหุงกินเอง

ถ้าเรามองกลับไปตอนนี้คิดว่ามันเป็นรสชาติของชีวิตไหม ถ้าเลือกได้เราอยากจะกลับไปผ่านจุดนั้นอีกไหม : “ดีใจมากที่ผ่านจุดนั่นมา เพราะมันทำให้ผมรู้จักคิดในการเอาชีวิตรอดกับสถานการณ์ตรงหน้า โดยมานั่งกล่าวโทษ แต่พอเรามามองตอนนี้ เออ…ตอนนั้นมันลำบากนะ แต่ ณ ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรเลย