พาไปชมบ้านสวน “เจี๊ยบ ปวีณา” ชีวิตจริงเป็นเมียทหาร

เป็นอีกหนึ่งนักแสดงรุ่นใหญ่มากความสามารถอีกคนของวงการ สำหรับ เจี๊ยบ ปวีณา ที่ตอนนี้ยังมีผลงานละครออกมาให้ติดตามกันอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าอีกไม่กี่ปีข้างหน้าก็จะเข้าสู่วัยเกษียณแล้วก็ตาม ต้องบอกเลยว่าทั้งสวย เก่ง และขยันจริงๆ ในวันนี้เราจะพาไปชมชีวิตเรียบง่ายที่บ้านสวนของเธอกันค่ะ

คร่ำหวอดในวงการมานานหลายปี สำหรับนักแสดงรุ่นใหญ่ “เจี๊ยบ-ปวีณา ชารีฟสกุล” ที่ตอนนี้เจ้าตัวได้รับฉายาเป็นแม่ทุกสถาบัน เพราะละคร ทุกเรื่องที่เล่นดังหมดทุกเรื่อง

โดยเธอเข้าไปสมัครเล่นเกมโชว์ ในรายการ เอาไปเลย ดำเนินรายการโดยไตรภพ ลิมปพัทธ์ ซึ่งไตรภพเห็นว่ามีหน่วยก้านดีจึงชักชวนมาเป็นผู้ช่วยพิธีกร

แต่ทำได้เพียงเดือนกว่ากันตนาก็ชักชวนเธอไปเล่นละคร แสดงเรื่องแรกคือ แม่น้ำ และแสดงอีกหลายเรื่องเช่นเรื่อง ลูกแม่ ต่อจากนั้นอิทธิ พลางกูรชักชวนเธอทำผลงานเพลง

ถ้าย้อนกลับไปตอนเข้าวงการแรกๆ พี่เจี๊ยบรับบทเป็นนางเอกหรือตัวร้ายค่ะ “เป็นนางเอก ก็เป็นนางเอกร้ายก็มี”

พี่เจี๊ยบรับบทแม่มาแทบทุกสถาบัน ทำไมถึงตัดสินใจรับ บางคนไม่กล้ารับเพราะคนอื่นจะมองว่าแก่ “ไม่หรอก ถ้าเกิดไม่ได้อยู่ในจอ พี่ก็จะใส่เสื้อยืดกางเกงยีนส์ แล้วกางเกงยีนส์ขาดด้วย”

มาจนวันนี้ได้ กว่าชีวิตจะผ่านความลำบากในอดีต เป็นเสาหลักของครอบครัว “ก็เป็นจนทุกวันนี้ เป็นมาตั้งแต่อายุ 15 ปี”

เพราะอะไรเราถึงดูแลทั้งครอบครัวคนเดียว “คือพี่บ้านแตก คุณพ่อ คุณแม่แยกกัน พี่ก็อยู่กับคุณแม่ ส่วนคุณพ่อก็ไปมีชีวิตของเขา พี่ก็สงสารแม่ว่าแม่ต้องเป็นคนหาเงินเลี้ยงเรา

ส่งเราเรียนหนังสือ พอเข้าโรงเรียนก็มีพี่หนึ่งเขามีบุญคุณกับพี่มากเค้ามาชวนว่าน้องไปถ่าย คำถามแรกที่เราถามพี่เขาว่าได้ตังไหม ถ้าได้ตังก็ไป แต่ก่อนต้องไปแคสมีคู่แข่งมากมายกว่าจะได้สักงาน”

ติดอันนึงที่พี่โน่บอกโชคดีที่พี่เจี๊ยบไม่มีสามี พี่ไม่มีแฟนเลยหรือ “มี พี่มีแฟนแล้ว แต่พี่จะขอให้เรื่องนี้เป็นส่วนตัวของเรา แอบแต่งงานมาเกือบ 20 ปีแล้ว”

เขาเป็นใครอยู่ในวงการหรือเปล่า “ไม่ได้อยู่ในวงการค่ะ เป็นข้าราชการ เป็นทหารค่ะ เราเจอกันที่สนามกอล์ฟ เราคบกันมานานมากเกือบ 20 ปีแล้ว”

แล้วทำไมไม่มีลูก “พี่ไม่อยากมีลูก คือพี่เป็นคนที่ทำอะไรต้องเป๊ะๆ พี่กลัวว่าถ้าพี่มีเขาพี่จะต้องการความเพอร์เฟคทุกอย่างในชีวิตเขา ก็จะกลายเป็นเราจะไปกดดันเขาไหม

แล้วทำไมตอนแต่งงานมันไม่มีข่าวออกมาเลย “อันนี้พี่อยากให้ส่วนตัวจริงๆ เค้าก็เคยไปกองถ่าย เขาก็เห็นว่าเราทำงานหนักมาก ก็เลยคุยกันว่างานของคุณก็ทำของคุณไป ของเราก็ทำของเรา”

เห็นบอกว่าไม่เคยเจอหน้าพ่อแท้ๆ เลย “ใช่ค่ะ คุณพ่อไปตอนประมาณพี่ 2-3 ขวบ ปัจจุบันคุณพ่ออยู่ประเทศไทยไหม “อยู่ค่ะ ก็เจอกันคุยกันปรับความเข้าใจกันเรียบร้อยหมดแล้วในความเข้าใจผิดทุกเรื่อง”

ตอนเด็ก ๆ คุณยายและคุณแม่จะพาเจี๊ยบไปทำบุญที่วัดมาตลอด สิ่งนี้หล่อหลอมให้เราสนใจในเรื่องนี้ จนวันหนึ่งที่เข้าวงการบันเทิง พี่ตุ๋ย – มนฤดี ยมาภัย เพื่อนรุ่นพี่ที่สนิทกันก็ชวนไป

เราก็จะไปถือศีล 8 กินอาหารวันละมื้อ นอนกุฏิหลังเล็ก ๆ แต่ตอนนี้วัดป่าแห่งนี้เจริญกว่าเมื่อก่อนมาก เจี๊ยบชอบการฝึกจิตด้วยวิธีนี้มาก บางครั้งเข้าโบสถ์ไปตอนเช้า กลับออกมาอีกทีก็ 5 – 6 โมงเย็น

ไม่หิวน้ำ ไม่หิวข้าว จิตมันนิ่ง มีความอิ่มเอมอยู่ข้างใน เจี๊ยบถือว่าวงการบันเทิงได้สร้างชีวิตให้เรา ทำให้มีเงินมีทองดูแลพ่อแม่พี่น้อง และเมื่อถึงวันนี้ก็ยังทำให้มีเงินไปทำบุญสมความตั้งใจอีกด้วย